[Yuri Drama] Fingersmith

posted on 20 Jun 2008 23:05 by shoujolite  in Movie

ละครสุดโรแมนติคจากค่าย BBC ที่เราตั้งใจว่าอยากดูมานานร่วมปีแต่ไม่มีโอกาสหามาดูเสียที  แต่พอได้ดูแล้วก็คุ้มค่ะ  ใครชอบหนังโรแมนติคสุดซึ้งต้องเรื่องนี้ค่ะ  สนุกมาก ต้องดูแล้วดูอีกกันเลยทีเดียว   

<:AtomicElement> 

   

สำหรับเนื้อเรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของเด็กสาว 2 คนที่มีชะตาชีวิตเกี่ยวเนื่องผูกพันกันมาตั้งแต่แบเบาะ นั่นคือ มอด ลิลลี่ (Maud Lilly) คุณหนูแห่งประสาท Briar ที่แสนจะเงียบงันห่างไกลจากสีสันของเมืองกรุงอย่างลอนดอน  แม้จะมีเงินทองมากมาย  มีความสุขสบาย  แต่สถานที่นี้กลับเหมือนสถานที่กักกันของเธอ   เธอต้องทำงานเป็นเลขาของคุณลุงที่แสนจะเย็นชา   ด้วยความหวังว่า  เธอจะมาช่วยสานต่องานเขียนของเขาต่อไปในอนาคต  

 

กับอีกหนึ่งเด็กหญิงซูซาน ทรินเดอร์ (Susan Trinder) ซูซานอาศัยอยู่ในสลัมชุมชนแออัดของลอนดอน  โดยการรับเลี้ยงดูของ มิสสิสซักบี้ (Mrs. Suckby) แม้นางจะเป็นคนจนแต่นางก็ยังรับอุปการะเด็กกำพร้ามากมายรุ่นสู่รุ่น  ท่ามกลางชีวิตในเมืองกรุงที่มีแต่ความยากลำบากนี้ซูซานยังหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็น พวกหัวขโมย  นำเงินของคนรวยมาให้นางซักบี้เป็นค่าใช้จ่าย

 

วันเวลาผ่านไป   ทั้งสองสาวได้เติบโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง  มอดได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับ มิสเตอร์ริชาร์ด ริเวอร์ (Mr.Rivers) สุภาพบุรุษหนุ่ม (Gentleman) ที่รับจ้างวาดรูปประกอบหนังสือให้ลุงของเธอ  และยังรับอาสาเป็นอาจารย์สอนศิลปะให้กับมอดด้วย  แม้จะมีความใกล้ชิดเพียงใด  แต่ชายหนุ่มไม่สามารถทำลายกำแพงของหัวใจที่แสนจะเย็นชาดุจน้ำแข็งก้อนมหึมาของมอดได้  หญิงสาวไม่แม้แต่จะสนใจหรือเหลียวมองเขาแม้แต่น้อย

 

แต่แท้ที่จริงแล้วเป้าหมายของมิสเตอร์ริเวอร์ไม่ใช่ความรักของมอด  เขาต้องการแต่งงานกับมอดแล้วให้สิทธิ์ในการเป็นสามีของเธอคิดการฮุบมรดกมหาศาลของมอดและตระกูลลิลลี่

 

เมื่อท่วงทีอันเป็นสุภาพบุรษที่ใครต่างหลงรักไม่สามารถเอาชนะหัวใจมอดได้   ริเวอร์จึงมาปรึกษากับพรรคพวกนักต้มตุ๋นด้วยกันที่ลอนดอน  นั่นก็คือ มิสสิสซักบี้นั่นเอง   เขามาขอยืมตัวซูซานไปเพื่อให้ไปสวมรอยเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของมอด  และคอยปั่นหัวยุยงให้มอดรักเขาให้ได้  โดยซูซานจะได้เงินจำนวนมหาศาลเป็นรางวัล  แม้ไม่อยากจากมิสสิสซักบี้ไป  แต่เธอก็ต้องทำเพราะความกตัญญูต่อคนที่เธอรักเปรียบเสมือนมารดาแท้  ๆ และเพื่อนพี่น้องของเธอจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

แต่แล้วเรื่องราวกลับตาลปัด  เมื่อสองสาวได้มาอยู่ด้วยกัน  ความใกล้ชิดสนิทสนมกันทำให้กลายเป็นความผูกพัน  อย่างเพื่อน  อย่างพี่น้อง  ก่อร่างเป็นความรู้สึกลึกซึ้งที่ต่างไม่มีใครกล้าเปิดเผยใจ  

 

Comment

สำหรับเรื่องนี้จัดเป็นเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก  อย่างแรกที่ชอบคือ ตัวละครของ Maud ที่แสดงโดย นักแสดงสาวชาวไอริช Elaine Cassidy เธอช่างเหมาะกับบทคุณหนู (โรคประสาทนิด ๆ) และเสื้อผ้าสมัยวิคตอเรียนจริง ๆ สวยเหลือเกินคนอะไร  มองหลายมุมก็เหมือนคุณมาช่า  วัฒนพานิชย์ ผสม เดมี่ มัวส์ และหลิงชิงเสีย น่าเสียดายที่เธอจัดเป็นฝรั่งตัวเล็ก  เลยส่งไปโกอินเตอร์ไม่ค่อยได้  ตอนที่เธอมาเล่นเรื่อง The Others ประกบนิคโคล คิดส์แมน (Nichole Kidsman) ที่หุ่นดีสูงอย่างดาราอเมริกัน  ทำเอา Elaine กลายเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกไปเลย  จริง ๆ ตอนเล่นเรื่องนั้นเธอก็อายุ 21 ปีเข้าไปแล้ว  แต่ถ้าใครดูจะนึกว่าเธออายุซัก 15 ขวบได้   แต่เรื่องการแสดงไม่ต้องพูดถึง  ไม่น้อยหน้าใคร ลองดู Fingersmith แล้วก็จะรู้ว่า เธอเล่นได้ดี  ไม่ขัดเขินสักนิด

 

ชมเรื่องคนเล่นไปแล้ว   มาพูดถึงเนื้อเรื่องโดยรวมบ้าง   แม้เรื่องนี้จะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์หนังสือว่า เป็นเรื่องที่เขียนได้หักมุมดี   แต่ทำไมเรารู้สึกเฉย ๆ ซะงั้น  มันพอเดาได้ ไม่ตื่นเต้นอะไรหรือตอนนำมาสร้างเป็นละครมันไม่สร้างอารมณ์เหมือนตอนอ่านก็ไม่รู้นะ  

 

ที่รู้สึกชอบคือ  โทนของเรื่องที่แสนสุดจะโรแมนติกส์   มองไปทางไหนก็สวยไปหมด

 

ความรักของมอดและซูซานก็ลึกซึ้งชัดเจน  ความรักที่รักมากมายแต่พูดออกมาไม่ได้หรือไม่ยอมพูดออกมามันชัดเจนรู้สึกได้  แม้ไม่ต้องพูดออกมา   ใครชอบเนื้อเรื่องแบบแอบรักแล้วต้องผ่านอะไรมากมายถึงจะยอมรับว่า รักอะไรแบบนี้ ก็แนะนำเลย

 

เราชอบที่สุดคือ  มอดที่รู้สึกได้ว่า มอดรักซูซานมาก ๆๆๆ  และตลอดเวลามอดพยายามลองใจซูซาน   อยากให้ซูซานห้ามเธอ  รั้งเธอซักนิดว่า  ไม่ให้แต่งงานกับริเวอร์ส  เพียงแค่นั้นอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอทั้งหมดก็ได้  แล้วชอบอีกอย่างคือ  ตัวละครของมอดนี่ดูหยิ่งในศักดิ์ศรี  แล้วคนเขียนบทน่ะ ไม่ค่อยมั่วอ่ะ  แบบมอดนี่จะเป็นคนหวงตัว  ถือตัวมากเลย (แบบฉบับคนที่ตั้งกำแพงความสัมพันธ์ ไม่ค่อยเปิดใจ) ใครก็แตะไม่ได้  ยกเว้นคนที่เธอรักและเปิดใจนั่นแหละที่เธอถึงจะยอมพูดด้วยนาน ๆ และเปิดใจให้ใกล้ชิดสนิทสนม   ถ้าเป็นหนังฝรั่งเรื่องอื่นนี่อาจมั่วไปแล้ว  ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายสลับคู่กันมั่วหหมด (เหมือนเรื่อง South of Nowhere ทำเอาคนดูเซ็ง) อ่ะนะ...คือ  มอดในเรื่องทำอะไรก็ดูดีไปหมด  ชื่นชม เธอสมเป็นกุลตรีจริง ๆ 

 

แต่ซูซานนี่กลับคิดถึงแต่คนอื่น  อยากทดแทนบุญคุณมิสสิสซักบี้และอายว่า  คนอื่นจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าเธอรักผู้หญิงคนนี้   ทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย  กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั้งคู่ไม่อาจลบเลือนไปจากความทรงจำ                       

 

“If I had told her, I love her. She would said it back. Then I might keep her from her fate”

 

จ้ะ...แม่นาง  มารู้ตัวเมื่อสายไปนะ  เมื่อมันเป็นโชคชะตาเมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นมาแล้วเราก็ต้องยอมรับมัน  การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

 

แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่าง ๆ มอดและซูซานจะให้อภัยแก่กันและเก็บเกี่ยวความรักที่แตกสลายกลับคืนมาได้หรือไม่ก็ค่ะ Fingersmith

 

Favorite Scences (Spoil!!!!)

ใครไม่อยากรู้เรื่องก่อนก็ข้ามไปได้  แต่เราขอลงไว้ในบล็อกนี้เพื่อเตือนความชอบของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไปเป็นความสุขส่วนตัวสักนิด 

1) ตอนที่วิ่งมาหลบฝนที่ต้นไม้ใหญ่  หลังจากที่ไปเรียนวาดรูปกันมาแล้ว  ตอนนี้มอดเริ่มเก็บความต้องการของตัวเองไม่อยู่จนเผลอแสดงออกให้นายริเวอร์สเห็น  จนเขาใช้ความลับนี้มาขู่มอดให้แต่งงานกับเขา   เธอเองจึงต้องรับสมอ้างเออออไป  เพราะไม่อยากให้เขาเอาความรู้สึกของเธอไปเปิดเผยให้ซูซานรับรู้

 แต่พอมาหลบฝนมอดเลยลองใจซูซาน  ลองพูดเรื่องที่ริเวอร์สขอเธอแต่งงาน  แต่ซูซานก็ยืนยันคำเดิมที่จะเชียร์ให้มอดแต่งงานกับริเวอร์สให้ได้ตามแผนการ   ทั้งที่หน้าตาของซูซานแสดงออกชัดเจนว่า  คำพูดที่ออกจากปากไม่ตรงกับความรู้สึกในใจเลยสักนิด (หน้าตาคุณ Sally Hawkins ที่เล่นบทซูซานนี่ เล่นได้สื่ออารมณ์ชัดเจนดี)  มอดเองก็พยายามพูดหว่านล้อมกดดัน  อย่างไร  คนปากแข็งก็ไม่ยอมเผยความรู้สึกออกมาเสียที  จนเธออ่อนใจ  เก็บความสงสัยไว้ลึก ๆ ต่อไป เหมือนดั่งความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างใจสองใจ 

แต่พอฟ้าผ่าปุ๊ปมอดก็รับโผเข้ากอดซูซานทันที  ไม่รู้ว่ากลัวฟ้าหรือแอบเนียนตามความต้องการก็ไม่รู้  เพราะเห็นแอบจูบแรงๆ ที่หัวไหล่ซูด้วย  ส่วนคนปากแข็งแต่ใจไม่แข็งก็รีบโอบกอดไว้อย่างทะนุถนอม  อย่างไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณหนูของฉันเป็นอันขาด  เหมือนจะสื่อความว่า  แม้ปากจะไม่บอกว่า รักกัน  แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน  แต่ฉันคนนี้ก็จะรักและปกป้องเธอเสมอไป 

 

ตอนที่ดูตอนนี้ชอบมากรู้สึกอบอุ่น  อย่างกับตัวเองเป็นมอดที่โดยซูกอดอะไรแบบนี้  รู้สึกได้จากตอนนี้นี้เลยว่า  ทั้งคู่รักกันมากแต่ไม่มีใครกล้าเริ่มที่จะเผยความในใจก่อน  ทำเอาเราเลือดกำเดาไหลไปหลายลิตร....โฮก....

 

2) มาอีกตอนเป็นตอนที่ซูกลับมาที่บ้านเพื่อหามิสสิสซักบี้  คนที่เธอรักอย่างกับแม่แท้ ๆ ในใจตอนนี้เธอภาวนาทุกวันอยากจะเจอมอดและฆ่ามอดซะให้ตายด้วยมือของเธอเอง (นั่นมอดเธอไปทำอะไรให้ซูโกรธแค้นขนาดนั้นเชียว)  ตลอดทางที่กลับบ้านมาเธอคิดแต่เรื่องที่จะไปจัดการกับมอด   แต่เมื่อกลับมากลับพบว่า  คนที่เธอโกรธแค้นเป็นที่สุดกลับมาอยู่ที่บ้านของเธอเอง  

 

 

เพียงแค่เห็นหน้าคนที่รักหัวใจก็อ่อนยวบ  น้ำตาของซูก็พาลไหลออกมา  ไม่รู้ว่า  เพราะแค้นใจอัดอั้นมากน้ำตาเลยไหลออกมา  หรือเป็นเพราะคิดถึงคะนึงหา  พอเจอหน้าคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเลยร้องไห้ออกมา  (เราคิดว่า เป็นอย่างหลัง  คนปากแข็งมักเป็นแบบนี้  ชอบพูดว่า โกรธ  จะไม่รักเขาอีกแล้ว   แต่พอเจอหน้าก็เท่านั้นแหละ  อะไรที่ท่องไว้ก็ไม่รู้หายไปไหนหมด)  แบบว่า Sally เล่นตอนนี้ได้ดี

 

แถมพอมอดรู้ว่า  ซูซานมาอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม  แต่สำหรับเธอการไม่เจอกันแล้วกันให้ซูซานออกไปจากตรงนี้เป็นทางเดียวที่จะปกป้องความรู้สึกและความเชื่อของคนที่เธอรักได้   เธอจึงฝากคนส่งสาน์ล มาบอกว่า  ให้ซูซานไป  พร้อมกับไพ่สองหัวใจ (ใครที่เคยดูดวงด้วยไพ่ป๊อกจะรู้ว่า  ถ้าดูเรื่องความรัก  ถ้าสองหัวใจขึ้นมาแปลว่า  คนที่เรารักใจตรงกันกับเรา)   แต่ก็นะซูจ้ะ....นี่เธอไม่เคยจะรู้เรื่องอะไรจริง ๆ

 

เมื่อซูเห็นไพ่สองหัวใจที่มอดฝากมาให้  ก็โมโหรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะแก้แค้นมอดทันที

 

3) อ่ามาซีนที่ชอบที่สุดต่อมา   ก็เป็นเรื่องของคนปากแข็งแต่ใจไม่แข็งอย่างซูติดตามหามอดจนเจอ (โอ้...ตอนนี้เรารู้สึกว่าโรแมนติกมากเลย  ตอนนี้สวยทั้งมอดทั้งซูซาน ฉากก็สวย)

 

 

เมื่อมอดเห็นหน้าซูซาน  (ใบหน้าเธอก็แสดงออกมาทันที) ใจของเธอมันก็เต้นไปหมด  ทำตัวไม่ถูก  คนที่คิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติคงจะได้เจอกันอีกเพียงในความฝันกับช่วงเวลาเห็นความสุขสั้น ๆ ที่เหลือไว้ให้จดจำ   บัดนี้ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่แล้ว  นี่เป็นความจริงหรือเป็นความฝันกันนะ  แม้ในใจอยากจะวิ่งเข้าไปกอดแล้วบอกว่า  รักมากมาย  แต่เมื่อนึกเทียบกับความเป็นจริงที่เป็นและเผื่อใจไว้ให้ตัวเองไม่รู้สึกเสียใจไปมากกว่านี้  มอดจึงพูดออกไปด้วยท่าทีเย็นชาว่า

 

นี่...เธอตามมาเพื่อฆ่าฉันใช่ไหม

 

คนปากแข็งที่ชักจะทนต้านทานความรู้สึกของตัวเองไม่ไหว  และความรู้สึกที่สงสารมอดจับใจหลังจากที่รู้เรื่องราวต่าง ๆ นานาก็ตอบไปอย่างสุดซึ้งว่า

 

ฉันจะไปทำร้ายเธอลงได้อย่างไร

 

เราอาจแปลน้ำเน่าไปหน่อยแต่ถ้าไปฟังภาษาอังกฤษจะซึ้งมาก

 

อ่ะจ้ะ  ถึงแม้ได้ยินคนที่เธอรอคอยพูดอย่างนี้  ด้วยสายตาที่เอื้ออาทรอย่างในวันเก่า  แต่มอดก็ยังกลัว (แบบหน้าตาคนแสดงมันสื่อได้เลย) ก็ยังคงทำเย็นชากับซูซานต่อไป 

  แต่สุดท้าย  ความรักย่อมเอาชนะทุกสิ่ง  รักแท้จริงย่อมมอบการให้อภัยแก่คนที่เรารัก  ตัวหนังสือที่ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่มอดเขียนล้วนพรรณนาถึงความรักความต้องการของเธอที่มีต่อซูในวันที่ไกลกัน    แล้วซูเองก็มีจิตใจที่ตรงกันเหมือนกัน  ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและสงบ  ในบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยความรักอีกครั้ง

  

จบค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจ  หลังจากดู Saving Face นะคะ

 

ช่วงนี้ได้ดูหลายเรื่อง เช่น South of Nowhere ก็ไม่ค่อยปลื้มนัก, Love my life ไม่ใช่แนวเลย, Red Doors ก็ไปกันใหญ่  พอมีชื่นใจหน่อยก็ Gray’s Matter นี่แหละ น่ารักดี

 

สรุปหนังหน่อย  ถึงวันนี้ชอบเรื่องอะไรบ้างนะ

  1. Saving Face  คุณหมอวิลสุดน่ารักหน้าเอ๋อ
  2. Imagine you and me  รักโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีความหมายลึกซึ้งแต่แต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง
  3. Fingersmith นะ เล่ามาล่ะ
  4. Memento Mori  เล่าเรื่องผ่านภาษาสัญลักษณ์ต้องดูหลาย ๆ รอบถึงเข้าใจ  แต่สนุก  เป็น Debut film ของนางเอก ซองดูด้วย
  5. So Close สนุก หนังแอคชั่นที่มีแต่ผู้หญิงอย่างนี้หายาก  ทำให้นึกถึงจับตายวายร้ายสายสมรที่ตอนนั้นคุณเง็ก กัลยา เล่นบทที่ต้องมาชอบพี่หน่อย บุษกร  แต่ตอนนั้นไม่ใช่ธีมหลักของเรื่องเหมือน So  Close
 อันดับสลับขึ้นสลับลงไม่ Fix แต่หลัก ๆ แล้วชอบเท่านี้  อาจมี D.E.B.T ด้วยเรื่องนี้รู้สึกเป็นหนังฝรั่งเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า  ช่างกล้า  ดูแล้วไม่เขินอายเลยอ่ะ  ถ้าดูเอาเบาสมอง  ไม่คิดเรื่องความสมจริงใด ๆ ก็สนุกดี

 

edit @ 21 Jun 2008 00:04:38 by ada_d

วันนี้ได้มีโอกาสดูเรื่อง Last Friends (อยู่ที่ญี่ปุ่นก็ใช้ชื่อนี้เลยแต่เขียนเป็นตัวคาตานะ) ตามคำแนะนำของสมาชิกใน shoujo ai forum ว่า เรื่องนี้น่าติดตามเป็นอย่างมาก  ชื่อตัวละครคุ้นเคย  นักแสดงน่าสนใจเข้าให้อีก

Last Friends

อ่ะ.....มาลองอ่านดูว่า Last Friends นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรกันดีกว่า

มิจิรุสาวน้อย (ตามท้องเรื่องอายุประมาณ 22 ปี) มีอาชีพเป็นช่างทำผม  คาแรคเตอร์เธอก็ดูเป็นคนสนใสดี  แต่ในใจลึก ๆ กลับขาดความรักจากคนรอบข้าง  ทั้งจากแม่ที่มีสามีใหม่ไม่ใยดีเธอนัก  จากเพื่อนร่วมงานที่ดูจะกลัวเธอจะได้ดีเกินหน้าเกินตา   จนเธอมาพบรักกับ โซซึเกะ ชายหนุ่มรูปหล่อและมีเบื้องหน้าที่แสนจะอ่อนโยนและใจดี  เขาได้ขอมิจิรุมาใช้ชีวิตร่วมกับเขา  มิจิรุที่จิตใจโหยหาความรักอยูแล้วก็ตอบตกลงทันที  เธอมีความสุขและมีความหวังในชีวิตที่จะเต็มไปด้วยความรักต่อไปจากนี้อย่างเป็นที่สุด   แต่แล้วเรื่องราวก็ไม่เป็นไปย่างที่คาดคิดไว้....ภายใต้หน้ากากที่แสดงว่า เป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยนของ โซซึเกะ เขากับเก็บงำความน่ากลัวไว้ คือ เขาเป็นโรคควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อโมโหชอบทำร้ายทุบตีผู้อื่น

ในโลกอีกด้านที่มิจิรุไม่เคยรู้มาก่อนเลย  เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมัธยมของเธอ รุกะ สาวมาดเท่ที่จากกันไปนาน (คาดว่า) เนื่องจากไปตามหาความฝันที่จะเป็นนักขับรถมอร์เตอร์ครอสที่ประสบความสำเร็จ   คราวนี้ทั้งคู่ได้กลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง  แน่นอนความรู้สึกของรุกะที่มีต่อมิจิรุนั้นพิเศษ แต่ดูท่ามิจิรุจะยังไม่รู้อะไร  เธอคิดถึงแต่เรื่องตัวเองเท่านั้น

เรื่องนี้บทมิจิรุนั้นได้น้องมาซามิ (Nagasawa Masami นางเอกจากหนังสร้างจากการ์ตูนเรื่อง Touch) มาประกบคู่กับคุณน้องจูริ (Ueno Juri จากเรื่อง Swing Girl และ Nodame) ที่มารับบทเป็น รุกะ สาวนักบิด  และยังมีนักแสดงอย่างน้องเรียวจาก วง NEWS และ พ่อหนุ่ม Eita (เล่นเรื่องนี้หล่อจริงพ่อคุณ) ที่มารับบทสองหนุ่มที่มารักสองสาว  หรือสองหนุ่มหล่อจะเป็นได้แค่ไม้ประดับให้สองสาวได้ Y กัน (เหมือนโซมะจาก มิโกะ คนทรงหุ่นเทวะ)

Comment

คราวนี้มาฟังเราเม้นท์บ้าง....อู้ยเขินจริง ๆ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้คนคิดเรื่องนี้จงใจหรืออย่างไร   ที่จะวางคาแรคเตอร์ของรุกะให้เหมือน คุณฮารุกะ สุดเลิฟของเราเสียจริง มิจิรุก็อีกเหมือนคุณมิจิรุเลยแบบว่า  โอ้ย  เห็นแล้วมันช่ายเลย  ไม่ว่าจะทรงผม  สีผม (ของคุณฮารุกะคนเดียวนะ  มิจิรุไม่หัวเขียว)  เสื้อผ้า ไม่นึกว่าจะมีใครเคาะจากบทประพันธ์ออกมาทำจริง

ถึงน้องจูริจะตัวเล็กไปหน่อย  แต่รับบทสาวเท่  ผู้มีความฝัน และความรักที่ลุกโชนในจิตใจได้อย่างดี  ไม่นึกว่าจากบทสาวติ๊งต๊องใน Swing Girl และสาวซกมก ซุ่มซ่าม อย่าง โนดะ เมกุมิ ใน Nodame แล้วพอมาถึงสาวเท่มาดนิ่งแสนสะอาด  บ้านใหญ่โตดูร่ำรวยเธอก็แสดงได้ดี  ไม่หลุดมาดสาวต๊องออกมาให้เห็นเลยสักนิด

ส่วนมาซาโกะในตอนแรกยังไม่เปล่งแสงนัก  โดนบทของรุกะกับโซซึเกะครอบซะมิด  ถึงแม้จะเป็นตัวดำเนินเรื่องก็นะ  ยังไม่ได้เห็นอะไรดี ๆ ในตัวของคุณมิจิรุในเวอร์ชั่นนี้นัก

แต่แอบบอกว่าใน Official Website แอบมี Chart แสดงความสัมพันธ์ของตัวละครต่าง ๆ ในเรื่อง ความรู้สึกของมิจิรุที่มีต่อรุกะนั้นเป็นแบบ เลิฟ ๆ ด้วยล่ะ เอ่อ....แต่เธอก็รักหลายคน  ตามแบบฉบับหญิงสาวผู้ขาดความรักของคาแรคเตอร์แบบนี้  ใครพอจะเป็นไม้หลักให้เธอได้เกี่ยวยึดได้ก็คอยจะไปพันเกี่ยวเขาไว้ทั้งหมด

สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่งในเรื่อง Last Friends คือ เพลง OST ที่ได้ Hikki - Utada Hikaru แต่งเองและร้อง  ขอบอกว่าเพราะมากกกกก...ข่าวว่าเธอใช้เวลาแต่งวันเดียว   Hikki ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังอยู่แล้ว

เข้าใจว่า ละครเรื่องนี้เป็นละครทีเด็ดอีกเรื่องหนึ่งของสถานี Fuji ทีเดียว  ฉายตอนแรกก็กวาดเรตติ้งไป 13.9% น่าติดตามค่ะ

แต่ในใจของเรานี่คิดว่า  เรื่องนี้คงจบแบบเศร้า  คุณ (ฮา) รุกะและคุณมิจิรุอาจไม่ได้เคียงคู่กันอย่างสงบสุข

เป็นธรรมดาของหนังหญิงรักหญิงตามฉบับญี่ป่นเขา  ใครเชียร์คู่นี้ต้องเผื่อใจไว้ 80% เลยทีเดียวว่า  จบแบบไม่สมใจคนดู

แต่ว่า....อีก 20 % ก็หวังได้นะ  เพราะแค่ตอนแรกก็ปล่อยทีเด็ด  มัดใจคนดูอย่างเราให้อยากติดตามเสียแล้ว

ส่วนทีเด็ดที่ว่าจะเป็นอะไร อือ....แนะให้หาดูเองค่ะ  แต่ขอใบ้ให้ว่า  ใครจำตอนจบของ Miko ได้ว่า ตอนท้ายของตอนแรก จิคาเนะ ทำอะไร ฮิเมะโกะ ล่ะก็นะ...รุกะ เองก็แบบนั้นกับ มิจิรุเหมือนกันจ้า

อ่ะ...มาช่วยลุ้น  ช่วยเชียร์  ว่า  ใครจะอยู่เคียงข้างเป็น เพื่อนคนสุดท้าย (Last Friends) ที่จะอยู่ร่วมชีวิตกับ มิจิรุ ตลอดไปชั่วชีวิต  คนทีเธอจะเลือกนั้นคือใคร  จะใช่ รุกะ อย่างที่กองเชียร์แถว ๆ นี้หวังหรือเปล่าก็คอยดูค่ะ 

Links สำหรับคนอยากเห็น Poster เรียกน้ำย่อยของเรื่องนี้ค่ะ  สวยงามและชวนจิ้นทีเดียว: http://wiki.d-addicts.com/Image:Last-Friends-banner.jpg

ส่วนนี้ Raw นะคะ

http://fourlc.com/channel1/5/08fh/20080410_545.html

http://fourlc.com/channel1/5/08fh/20080410_546.html

 

edit @ 13 Apr 2008 22:16:35 by ada_d

Shoujo Ai Movies List!

posted on 04 Nov 2007 02:55 by shoujolite  in Movie

ทำ Tags Movie เอาไว้แต่จะว่าไป  ยังไม่เคย Update เรื่องของภาพยนตร์เลย 

ถ้าอย่างนั้นไหน ๆ ก็ลองมาเกริ่น ดูแล้วกัน  เผื่อจะได้ไอเดียมาอัพเรื่องต่อ ๆ ไปได้

ความจริงก็ดูหลายแนวนะ  ชอบ Romanctic Comedy มากที่สุด  แต่ไม่ชอบแนว Sci-fi นัก  รู้สึกเข้าไม่ถึงยังไงชอบกล   หลัง ๆ มาชอบดูหนังเกาหลีอ่ะ  เนื้อเรื่องน่ารัก  พระเอกหล่อ  เนื้อหาความรักก็ซาบซึ้งตรึงใจ 

หนังที่ชอบมาก ๆ ก็อย่างเช่นเรื่อง Classics รักแรกของหัวใจ  รักสุดท้ายของชีวิต หรือ เรื่อง Ditto เห็นมีบริษัทไทยนำเข้ามานะคะ  แต่ไม่ทราบว่า ใช้ชื่อภาษาไทยว่าอะไร

หนังฝรั่งก็นี่เลย Coyote Ugly โอ้ว...ชอบนางเอกเรื่องนี้จริง ๆ คุณ Piper Perabo เธอนั้นแสดงหนังได้สมจริงสมจังทุกบทบาทตั้งแต่สาวน้อยยันสาวเปรี้ยว เท่ 

หรืออย่างเรื่อง Here on Earth เรื่องที่ Josh Harnet แสดงเรื่องแรก ๆ ใสกิ๊ก

เก่าไปหน่อยมั้ย  แหม...ก็เดี๋ยวนี้เขาผลิตหนังออกมาเยอะเหลือเกิน  ดูแล้วก็ไม่ค่อยมีเรื่องไหนโดดเด่นหรือประทับใจเหมือนสมัยก่อนหน้านี้  ที่หนังจะเข้าทุกวันศุกร์  หนังเด็ด ๆ ก็จะเข้าต้นเดือน  คนจะได้มีเงินไปดู

แต่เดี๋ยวนี้เหมือนจะเข้าตลอดสัปดาห์เลย  เข้าตอนไหนคนก็มีเงินไปดู

เอ้าบ่นมานาน...มาเข้าเรื่องตาม concept ของ blog เราเลยดีกว่า

Shoujo Ai Movies List

1) So Close

นำแสดงโดย  ซูฉี, ม่อเหวินเหว่ย และ เจ้าเหว่ย

เป็นหนังบู๊แอ๊คชั่นได้ใจ  สาว ๆ ในเรื่องนี้เก่งกันทุกคนค่ะ  Sexy สุดต้องยกให้ซูฉี  เรื่องนี้ซูฉีและเจ้าเหว่ยรับบทเป็น 2 พี่น้อง  ที่มีอาชีพเป็นมือปืนสาว  ในคดีสังหารนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง  ทำให้ตำรวจสาวที่รับบทโดยม่อเหวินเว่ยต้องออกโรงมาสืบคดีเอง  และแล้วเรื่องราวต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น  รวมทั้งความรู้สึกที่ไม่คาดว่า จะเกิดขึ้นมาได้ระหว่างตำรวจสาวกับมือปืนสาวก็เกิดขึ้น

เรื่องนี้อยาก blog เหมือนกันเพราะฉากแอคชั่นเท่ดี  ดูแล้วประทับใจ ถ้ามีเวลาจะมาลงอย่างละเอียด

2) Whispering of Carridors 2 (Memotomori)

เรื่องนี้เป็นแนวหนังผีสยองขวัญหน่อยนะคะ เป็นภาคสองของเรื่องสยองขวัญในโรงเรียง Whispering of Carridor ที่ทำรายได้ถล่มทลายในเกาหลี  ไม่ใช่เพราะความสยองแต่เพราะเนื้อหาให้ข้อคิดสะท้อยสังคมเกาหลี  ในเรื่องการศึกษาค่ะ  เหมือนตอนนี้เด็กไทยกำลังเครียด เรื่อง Admission น่าจะลองหามาให้ผู้ใหญ่ดูกันบ้างนะคะ ว่าเด็กน่ะมีความกดดันเรื่องอะไรบ้าง

มาภาค 2 นี้ก็หยิบยกประเด็นสังคมมาเสียดสีอีก เป็นเรื่องของความรักของเด็กสาวสองคนที่มีให้แก่กันในยามที่อีกฝ่ายไม่มีใครเข้าใจ  แต่ด้วยในสังคมของเกาหลีเรื่อง เกย์หรือรักเพศเดียวกับเป็นเรื่องที่ผิดและน่ารังเกียจอย่างรุนแรง  จึงนำพาให้เกิดโศกนาฏกรรมของเด็กสาวและความเก็บกดฝั่งใจ  แม้ตายไปความแค้นก็ยังฝั่งอยู่ในวิญญาณ

นำแสดงโดย Park Ye Jin, Lee Young Jin และ Kim Min ahh

เรื่องนี้มีภาคสามด้วยนะคะชื่อภาษาไทยว่า ตู้ซ่อนผี ค่ะ

3) เดชคัมภีร์เทวดา 3

อาจสงสัยว่า บทประพันธ์สุดคลาสสิคของท่านกิมย้งจะมี Yuri ไปได้อย่างไร

ในเนื้อเรื่องตามบทประพันธ์เดิมไม่มีหรอกค่ะ  แต่เรื่องนี้คนเขียนบทเค้าเอามาดัดแปลงค่ะ 

เรื่องเกิดเมื่อตงฟางปุ๊ป้ายยอมตอนตัวเองเพื่อฝึกวิทยายุทธ  เมื่อฝึกสำเร็จ a he เรยกลายเป็น a she ไป  แต่ยังมีนางสนมคนหนึ่งที่ยังรักฝังใจต่อตงฟางปุ๊ยป้ายอยู่ แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไร  แต่ความรู้สึกของนางที่มีต่อนายท่านยังคงเหมือนเดิม

เรื่องนี้ไม่อยากจะ classified ว่าเป็น Yuri แต่ถ้าใครจัดการ์ตูนเรื่อง .Hack/Sign หรือ Kashimashi ที่มีตัวละครเปลี่ยนจากชายกลายเป็นหญิงแล้วมาชอบกับผู้หญิงอีกคนว่า เป็น Yuri เรื่องนี้ก็คงไม่พ้น

เดชคำภีร์เทวดา 3 หรือ ชื่อที่ฉายในภาษาอังกฤษว่า Swordman นำแสดงโดย หลินชิงเสีย,  หวังจู่เสียน

ถ้าใครสนใจแนวกำลังภายในนี้มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เรื่องนี้ Y ของจริงค่ะ 

4) แปดเทพอสูรมังกรฟ้า

เป็นภาพยนตร์ในปี 1994 นำแสดงโดย กงลี่, หลินชิงเสีย, จางหมิ่น และม่อเส้าชง

ตั้งแต่สมัยม่อเส้าชงยังหล่อกิ๊กโน้น  เป็นเนื้อหาที่ดำเนินเรื่องในฝั่งของตัวละครหลักหลวงจีนซีจู๋ เรื่องนี้ฉีเคอะก็เอาบทประพันธ์มาดัดแปลงอีกแล้ว คราวนี้เขาส่ง 'กงลี่' ให้มาแอบหลงรักศิษย์น้องร่วมสำนัก  ดูไปจนจะจบเรื่องคิดว่า ศิษย์น้องคนนั้นคือ จอมยุทธ์หนุ่ม  แล้วกงลี่คิดแย่งผู้ชายมาจากศิษย์น้องหญิงอีกคนที่แสดงโดย หลินชิงเสีย  เรื่องดำเนินมาเรื่อยแล้วมาเชลยตอนจบว่า  แทนที่จะกลายเป็นรักผู้ชายคนเดียวกัน  แต่กลายเป็นรักผู้หญิงคนเดียวกันซะนี่  

ความจริงก็คือ กงลี่นั้นแอบหลงรักศิษย์น้องหญิงของตัวเองต่างหาก  ผู้ชายแค่มาบังหน้าให้คนดูงงเล่นว่า งั้นเหอะ

 แต่คุณกงลี่นี่พอเข้าบท Y กับคุณหลินชิงเสียนี่ก็ชวนจิ้นใช่น้อย

ส่วนใหญ่คุณหลินชิงเสียนี่มักจะได้รับบทหญิงสาวที่มีวรยุทธ์สูงแล้ว แต่งตัวเป็นชายส่วนใหญ่ ถ้าสมัยนี้คงเหมาว่า บทเธอเป็นเมะ  แต่เรื่องนี้เธอเล่นซะหวานเชียวจนกลายเป็นเคะไปได้อย่างแนบเนียน  lj;oชีวิตจริงของเธอไม่เมะไม่เคะ  เธอแต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่ม MD Asia Pacific region แห่งเสื้อยี่ห้อ Esprite มีครอบครัวที่อบอุ่นดี

อีกเรื่องแล้วกัน

5) Blue วัยฝันวันรัก

เรื่องนี้ดูแล้วไม่ประทับใจเอาซะเลย  ที่ดูเพราะบรรยากาศเหมือนเรื่อง Memento Mori แต่พอดูแล้วก็ไม่ปลื้มเลยอ่ะ  หนังมันจะว่า แนวก็คงใช่  แต่มันเงียบมาก  ตอนจบนี้งงมาก จบได้ขัดใจจริง ๆ

หนังญี่ปุ่นชอบเป็นแบบนี้เหมือนตัวละครสับสนมาก คล้าย ๆ เรื่อง นานะ ดูแล้วก็ต้องถามว่า นานะ เธอเป็นอะไรของเธอ  บุคลิกเธอเหมือนติด ๆ ดับ ๆ บางคนก็ว่า เป็นตัวละครที่ดีมีความลึก

ดูผ่าน ๆ เอาทิวทัศน์ชนบทญี่ปุ่นก็ดีนะคะ  แต่จะดูเอาเนื้อหา  เข้าขั้นไม่มีอะไรให้ดูค่ะ  ดูแล้วเศร้าใจเปล่า ๆ สงสารนางเอกของเราที่ดันไปรักคนที่ทำตามความอยากของตัวเองอ่ะ

วันนี้เล่ามามีแต่หนังของ Zone Asia เดี๋ยวต่อไป  ไปดูหนังของฝั่งตะวันออกกันบ้าง

แล้วจะเอานิยาย Y ต้นตำรับของ อ.มล. สีฟ้า ลดาวัลย์ มาฝากกันค่ะ

edit @ 4 Nov 2007 04:53:25 by ada_d