[Yuri Drama] Fingersmith

posted on 20 Jun 2008 23:05 by shoujolite in Movie

ละครสุดโรแมนติคจากค่าย BBC ที่เราตั้งใจว่าอยากดูมานานร่วมปีแต่ไม่มีโอกาสหามาดูเสียที  แต่พอได้ดูแล้วก็คุ้มค่ะ  ใครชอบหนังโรแมนติคสุดซึ้งต้องเรื่องนี้ค่ะ  สนุกมาก ต้องดูแล้วดูอีกกันเลยทีเดียว   

<:AtomicElement> 

   

สำหรับเนื้อเรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของเด็กสาว 2 คนที่มีชะตาชีวิตเกี่ยวเนื่องผูกพันกันมาตั้งแต่แบเบาะ นั่นคือ มอด ลิลลี่ (Maud Lilly) คุณหนูแห่งประสาท Briar ที่แสนจะเงียบงันห่างไกลจากสีสันของเมืองกรุงอย่างลอนดอน  แม้จะมีเงินทองมากมาย  มีความสุขสบาย  แต่สถานที่นี้กลับเหมือนสถานที่กักกันของเธอ   เธอต้องทำงานเป็นเลขาของคุณลุงที่แสนจะเย็นชา   ด้วยความหวังว่า  เธอจะมาช่วยสานต่องานเขียนของเขาต่อไปในอนาคต  

 

กับอีกหนึ่งเด็กหญิงซูซาน ทรินเดอร์ (Susan Trinder) ซูซานอาศัยอยู่ในสลัมชุมชนแออัดของลอนดอน  โดยการรับเลี้ยงดูของ มิสสิสซักบี้ (Mrs. Suckby) แม้นางจะเป็นคนจนแต่นางก็ยังรับอุปการะเด็กกำพร้ามากมายรุ่นสู่รุ่น  ท่ามกลางชีวิตในเมืองกรุงที่มีแต่ความยากลำบากนี้ซูซานยังหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็น พวกหัวขโมย  นำเงินของคนรวยมาให้นางซักบี้เป็นค่าใช้จ่าย

 

วันเวลาผ่านไป   ทั้งสองสาวได้เติบโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่ง  มอดได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับ มิสเตอร์ริชาร์ด ริเวอร์ (Mr.Rivers) สุภาพบุรุษหนุ่ม (Gentleman) ที่รับจ้างวาดรูปประกอบหนังสือให้ลุงของเธอ  และยังรับอาสาเป็นอาจารย์สอนศิลปะให้กับมอดด้วย  แม้จะมีความใกล้ชิดเพียงใด  แต่ชายหนุ่มไม่สามารถทำลายกำแพงของหัวใจที่แสนจะเย็นชาดุจน้ำแข็งก้อนมหึมาของมอดได้  หญิงสาวไม่แม้แต่จะสนใจหรือเหลียวมองเขาแม้แต่น้อย

 

แต่แท้ที่จริงแล้วเป้าหมายของมิสเตอร์ริเวอร์ไม่ใช่ความรักของมอด  เขาต้องการแต่งงานกับมอดแล้วให้สิทธิ์ในการเป็นสามีของเธอคิดการฮุบมรดกมหาศาลของมอดและตระกูลลิลลี่

 

เมื่อท่วงทีอันเป็นสุภาพบุรษที่ใครต่างหลงรักไม่สามารถเอาชนะหัวใจมอดได้   ริเวอร์จึงมาปรึกษากับพรรคพวกนักต้มตุ๋นด้วยกันที่ลอนดอน  นั่นก็คือ มิสสิสซักบี้นั่นเอง   เขามาขอยืมตัวซูซานไปเพื่อให้ไปสวมรอยเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของมอด  และคอยปั่นหัวยุยงให้มอดรักเขาให้ได้  โดยซูซานจะได้เงินจำนวนมหาศาลเป็นรางวัล  แม้ไม่อยากจากมิสสิสซักบี้ไป  แต่เธอก็ต้องทำเพราะความกตัญญูต่อคนที่เธอรักเปรียบเสมือนมารดาแท้  ๆ และเพื่อนพี่น้องของเธอจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

แต่แล้วเรื่องราวกลับตาลปัด  เมื่อสองสาวได้มาอยู่ด้วยกัน  ความใกล้ชิดสนิทสนมกันทำให้กลายเป็นความผูกพัน  อย่างเพื่อน  อย่างพี่น้อง  ก่อร่างเป็นความรู้สึกลึกซึ้งที่ต่างไม่มีใครกล้าเปิดเผยใจ  

 

Comment

สำหรับเรื่องนี้จัดเป็นเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก  อย่างแรกที่ชอบคือ ตัวละครของ Maud ที่แสดงโดย นักแสดงสาวชาวไอริช Elaine Cassidy เธอช่างเหมาะกับบทคุณหนู (โรคประสาทนิด ๆ) และเสื้อผ้าสมัยวิคตอเรียนจริง ๆ สวยเหลือเกินคนอะไร  มองหลายมุมก็เหมือนคุณมาช่า  วัฒนพานิชย์ ผสม เดมี่ มัวส์ และหลิงชิงเสีย น่าเสียดายที่เธอจัดเป็นฝรั่งตัวเล็ก  เลยส่งไปโกอินเตอร์ไม่ค่อยได้  ตอนที่เธอมาเล่นเรื่อง The Others ประกบนิคโคล คิดส์แมน (Nichole Kidsman) ที่หุ่นดีสูงอย่างดาราอเมริกัน  ทำเอา Elaine กลายเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกไปเลย  จริง ๆ ตอนเล่นเรื่องนั้นเธอก็อายุ 21 ปีเข้าไปแล้ว  แต่ถ้าใครดูจะนึกว่าเธออายุซัก 15 ขวบได้   แต่เรื่องการแสดงไม่ต้องพูดถึง  ไม่น้อยหน้าใคร ลองดู Fingersmith แล้วก็จะรู้ว่า เธอเล่นได้ดี  ไม่ขัดเขินสักนิด

 

ชมเรื่องคนเล่นไปแล้ว   มาพูดถึงเนื้อเรื่องโดยรวมบ้าง   แม้เรื่องนี้จะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์หนังสือว่า เป็นเรื่องที่เขียนได้หักมุมดี   แต่ทำไมเรารู้สึกเฉย ๆ ซะงั้น  มันพอเดาได้ ไม่ตื่นเต้นอะไรหรือตอนนำมาสร้างเป็นละครมันไม่สร้างอารมณ์เหมือนตอนอ่านก็ไม่รู้นะ  

 

ที่รู้สึกชอบคือ  โทนของเรื่องที่แสนสุดจะโรแมนติกส์   มองไปทางไหนก็สวยไปหมด

 

ความรักของมอดและซูซานก็ลึกซึ้งชัดเจน  ความรักที่รักมากมายแต่พูดออกมาไม่ได้หรือไม่ยอมพูดออกมามันชัดเจนรู้สึกได้  แม้ไม่ต้องพูดออกมา   ใครชอบเนื้อเรื่องแบบแอบรักแล้วต้องผ่านอะไรมากมายถึงจะยอมรับว่า รักอะไรแบบนี้ ก็แนะนำเลย

 

เราชอบที่สุดคือ  มอดที่รู้สึกได้ว่า มอดรักซูซานมาก ๆๆๆ  และตลอดเวลามอดพยายามลองใจซูซาน   อยากให้ซูซานห้ามเธอ  รั้งเธอซักนิดว่า  ไม่ให้แต่งงานกับริเวอร์ส  เพียงแค่นั้นอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอทั้งหมดก็ได้  แล้วชอบอีกอย่างคือ  ตัวละครของมอดนี่ดูหยิ่งในศักดิ์ศรี  แล้วคนเขียนบทน่ะ ไม่ค่อยมั่วอ่ะ  แบบมอดนี่จะเป็นคนหวงตัว  ถือตัวมากเลย (แบบฉบับคนที่ตั้งกำแพงความสัมพันธ์ ไม่ค่อยเปิดใจ) ใครก็แตะไม่ได้  ยกเว้นคนที่เธอรักและเปิดใจนั่นแหละที่เธอถึงจะยอมพูดด้วยนาน ๆ และเปิดใจให้ใกล้ชิดสนิทสนม   ถ้าเป็นหนังฝรั่งเรื่องอื่นนี่อาจมั่วไปแล้ว  ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายสลับคู่กันมั่วหหมด (เหมือนเรื่อง South of Nowhere ทำเอาคนดูเซ็ง) อ่ะนะ...คือ  มอดในเรื่องทำอะไรก็ดูดีไปหมด  ชื่นชม เธอสมเป็นกุลตรีจริง ๆ 

 

แต่ซูซานนี่กลับคิดถึงแต่คนอื่น  อยากทดแทนบุญคุณมิสสิสซักบี้และอายว่า  คนอื่นจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าเธอรักผู้หญิงคนนี้   ทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย  กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทั้งคู่ไม่อาจลบเลือนไปจากความทรงจำ                       

 

“If I had told her, I love her. She would said it back. Then I might keep her from her fate”

 

จ้ะ...แม่นาง  มารู้ตัวเมื่อสายไปนะ  เมื่อมันเป็นโชคชะตาเมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นมาแล้วเราก็ต้องยอมรับมัน  การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

 

แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่าง ๆ มอดและซูซานจะให้อภัยแก่กันและเก็บเกี่ยวความรักที่แตกสลายกลับคืนมาได้หรือไม่ก็ค่ะ Fingersmith

 

Favorite Scences (Spoil!!!!)

ใครไม่อยากรู้เรื่องก่อนก็ข้ามไปได้  แต่เราขอลงไว้ในบล็อกนี้เพื่อเตือนความชอบของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไปเป็นความสุขส่วนตัวสักนิด 

1) ตอนที่วิ่งมาหลบฝนที่ต้นไม้ใหญ่  หลังจากที่ไปเรียนวาดรูปกันมาแล้ว  ตอนนี้มอดเริ่มเก็บความต้องการของตัวเองไม่อยู่จนเผลอแสดงออกให้นายริเวอร์สเห็น  จนเขาใช้ความลับนี้มาขู่มอดให้แต่งงานกับเขา   เธอเองจึงต้องรับสมอ้างเออออไป  เพราะไม่อยากให้เขาเอาความรู้สึกของเธอไปเปิดเผยให้ซูซานรับรู้

 แต่พอมาหลบฝนมอดเลยลองใจซูซาน  ลองพูดเรื่องที่ริเวอร์สขอเธอแต่งงาน  แต่ซูซานก็ยืนยันคำเดิมที่จะเชียร์ให้มอดแต่งงานกับริเวอร์สให้ได้ตามแผนการ   ทั้งที่หน้าตาของซูซานแสดงออกชัดเจนว่า  คำพูดที่ออกจากปากไม่ตรงกับความรู้สึกในใจเลยสักนิด (หน้าตาคุณ Sally Hawkins ที่เล่นบทซูซานนี่ เล่นได้สื่ออารมณ์ชัดเจนดี)  มอดเองก็พยายามพูดหว่านล้อมกดดัน  อย่างไร  คนปากแข็งก็ไม่ยอมเผยความรู้สึกออกมาเสียที  จนเธออ่อนใจ  เก็บความสงสัยไว้ลึก ๆ ต่อไป เหมือนดั่งความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างใจสองใจ 

แต่พอฟ้าผ่าปุ๊ปมอดก็รับโผเข้ากอดซูซานทันที  ไม่รู้ว่ากลัวฟ้าหรือแอบเนียนตามความต้องการก็ไม่รู้  เพราะเห็นแอบจูบแรงๆ ที่หัวไหล่ซูด้วย  ส่วนคนปากแข็งแต่ใจไม่แข็งก็รีบโอบกอดไว้อย่างทะนุถนอม  อย่างไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณหนูของฉันเป็นอันขาด  เหมือนจะสื่อความว่า  แม้ปากจะไม่บอกว่า รักกัน  แม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน  แต่ฉันคนนี้ก็จะรักและปกป้องเธอเสมอไป 

 

ตอนที่ดูตอนนี้ชอบมากรู้สึกอบอุ่น  อย่างกับตัวเองเป็นมอดที่โดยซูกอดอะไรแบบนี้  รู้สึกได้จากตอนนี้นี้เลยว่า  ทั้งคู่รักกันมากแต่ไม่มีใครกล้าเริ่มที่จะเผยความในใจก่อน  ทำเอาเราเลือดกำเดาไหลไปหลายลิตร....โฮก....

 

2) มาอีกตอนเป็นตอนที่ซูกลับมาที่บ้านเพื่อหามิสสิสซักบี้  คนที่เธอรักอย่างกับแม่แท้ ๆ ในใจตอนนี้เธอภาวนาทุกวันอยากจะเจอมอดและฆ่ามอดซะให้ตายด้วยมือของเธอเอง (นั่นมอดเธอไปทำอะไรให้ซูโกรธแค้นขนาดนั้นเชียว)  ตลอดทางที่กลับบ้านมาเธอคิดแต่เรื่องที่จะไปจัดการกับมอด   แต่เมื่อกลับมากลับพบว่า  คนที่เธอโกรธแค้นเป็นที่สุดกลับมาอยู่ที่บ้านของเธอเอง  

 

 

เพียงแค่เห็นหน้าคนที่รักหัวใจก็อ่อนยวบ  น้ำตาของซูก็พาลไหลออกมา  ไม่รู้ว่า  เพราะแค้นใจอัดอั้นมากน้ำตาเลยไหลออกมา  หรือเป็นเพราะคิดถึงคะนึงหา  พอเจอหน้าคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกเลยร้องไห้ออกมา  (เราคิดว่า เป็นอย่างหลัง  คนปากแข็งมักเป็นแบบนี้  ชอบพูดว่า โกรธ  จะไม่รักเขาอีกแล้ว   แต่พอเจอหน้าก็เท่านั้นแหละ  อะไรที่ท่องไว้ก็ไม่รู้หายไปไหนหมด)  แบบว่า Sally เล่นตอนนี้ได้ดี

 

แถมพอมอดรู้ว่า  ซูซานมาอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม  แต่สำหรับเธอการไม่เจอกันแล้วกันให้ซูซานออกไปจากตรงนี้เป็นทางเดียวที่จะปกป้องความรู้สึกและความเชื่อของคนที่เธอรักได้   เธอจึงฝากคนส่งสาน์ล มาบอกว่า  ให้ซูซานไป  พร้อมกับไพ่สองหัวใจ (ใครที่เคยดูดวงด้วยไพ่ป๊อกจะรู้ว่า  ถ้าดูเรื่องความรัก  ถ้าสองหัวใจขึ้นมาแปลว่า  คนที่เรารักใจตรงกันกับเรา)   แต่ก็นะซูจ้ะ....นี่เธอไม่เคยจะรู้เรื่องอะไรจริง ๆ

 

เมื่อซูเห็นไพ่สองหัวใจที่มอดฝากมาให้  ก็โมโหรีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะแก้แค้นมอดทันที

 

3) อ่ามาซีนที่ชอบที่สุดต่อมา   ก็เป็นเรื่องของคนปากแข็งแต่ใจไม่แข็งอย่างซูติดตามหามอดจนเจอ (โอ้...ตอนนี้เรารู้สึกว่าโรแมนติกมากเลย  ตอนนี้สวยทั้งมอดทั้งซูซาน ฉากก็สวย)

 

 

เมื่อมอดเห็นหน้าซูซาน  (ใบหน้าเธอก็แสดงออกมาทันที) ใจของเธอมันก็เต้นไปหมด  ทำตัวไม่ถูก  คนที่คิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติคงจะได้เจอกันอีกเพียงในความฝันกับช่วงเวลาเห็นความสุขสั้น ๆ ที่เหลือไว้ให้จดจำ   บัดนี้ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่แล้ว  นี่เป็นความจริงหรือเป็นความฝันกันนะ  แม้ในใจอยากจะวิ่งเข้าไปกอดแล้วบอกว่า  รักมากมาย  แต่เมื่อนึกเทียบกับความเป็นจริงที่เป็นและเผื่อใจไว้ให้ตัวเองไม่รู้สึกเสียใจไปมากกว่านี้  มอดจึงพูดออกไปด้วยท่าทีเย็นชาว่า

 

นี่...เธอตามมาเพื่อฆ่าฉันใช่ไหม

 

คนปากแข็งที่ชักจะทนต้านทานความรู้สึกของตัวเองไม่ไหว  และความรู้สึกที่สงสารมอดจับใจหลังจากที่รู้เรื่องราวต่าง ๆ นานาก็ตอบไปอย่างสุดซึ้งว่า

 

ฉันจะไปทำร้ายเธอลงได้อย่างไร

 

เราอาจแปลน้ำเน่าไปหน่อยแต่ถ้าไปฟังภาษาอังกฤษจะซึ้งมาก

 

อ่ะจ้ะ  ถึงแม้ได้ยินคนที่เธอรอคอยพูดอย่างนี้  ด้วยสายตาที่เอื้ออาทรอย่างในวันเก่า  แต่มอดก็ยังกลัว (แบบหน้าตาคนแสดงมันสื่อได้เลย) ก็ยังคงทำเย็นชากับซูซานต่อไป 

  แต่สุดท้าย  ความรักย่อมเอาชนะทุกสิ่ง  รักแท้จริงย่อมมอบการให้อภัยแก่คนที่เรารัก  ตัวหนังสือที่ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่มอดเขียนล้วนพรรณนาถึงความรักความต้องการของเธอที่มีต่อซูในวันที่ไกลกัน    แล้วซูเองก็มีจิตใจที่ตรงกันเหมือนกัน  ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและสงบ  ในบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยความรักอีกครั้ง

  

จบค่ะ เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจ  หลังจากดู Saving Face นะคะ

 

ช่วงนี้ได้ดูหลายเรื่อง เช่น South of Nowhere ก็ไม่ค่อยปลื้มนัก, Love my life ไม่ใช่แนวเลย, Red Doors ก็ไปกันใหญ่  พอมีชื่นใจหน่อยก็ Gray’s Matter นี่แหละ น่ารักดี

 

สรุปหนังหน่อย  ถึงวันนี้ชอบเรื่องอะไรบ้างนะ

  1. Saving Face  คุณหมอวิลสุดน่ารักหน้าเอ๋อ
  2. Imagine you and me  รักโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีความหมายลึกซึ้งแต่แต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง
  3. Fingersmith นะ เล่ามาล่ะ
  4. Memento Mori  เล่าเรื่องผ่านภาษาสัญลักษณ์ต้องดูหลาย ๆ รอบถึงเข้าใจ  แต่สนุก  เป็น Debut film ของนางเอก ซองดูด้วย
  5. So Close สนุก หนังแอคชั่นที่มีแต่ผู้หญิงอย่างนี้หายาก  ทำให้นึกถึงจับตายวายร้ายสายสมรที่ตอนนั้นคุณเง็ก กัลยา เล่นบทที่ต้องมาชอบพี่หน่อย บุษกร  แต่ตอนนั้นไม่ใช่ธีมหลักของเรื่องเหมือน So  Close
 อันดับสลับขึ้นสลับลงไม่ Fix แต่หลัก ๆ แล้วชอบเท่านี้  อาจมี D.E.B.T ด้วยเรื่องนี้รู้สึกเป็นหนังฝรั่งเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า  ช่างกล้า  ดูแล้วไม่เขินอายเลยอ่ะ  ถ้าดูเอาเบาสมอง  ไม่คิดเรื่องความสมจริงใด ๆ ก็สนุกดี

 

edit @ 21 Jun 2008 00:04:38 by ada_d